Visual Thinking for Data Science Students

Published on
Oct 24, 2025
|
By
|
3
mins read

การให้นักศึกษาได้ฝึกการ “คิดเป็นภาพ” ผ่านการวาด Visual Metaphor หรือ Graphic Recording จากเนื้อหาจริง ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนาในเวิร์กช็อป งานสัมมนา หรือแม้แต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อได้ประสบการณ์ว่าหัวใจของการเรียนรู้เชิงภาพ ไม่ใช่การวาดสวย แต่คือการ รับสาร (ฟังหรืออ่าน) เข้าใจ และถ่ายทอดความหมายออกมาในรูปของภาพที่ทุกคนเข้าใจร่วมกันได้

ในการฝึกฝน เราจะให้นักศึกษาอ่านเนื้อหาแบบต่าง ๆ แล้วฝึกถอดข้อมูลออกมาเป็นภาพ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ว่าภาพสามารถสื่อสาร “ข้อมูลและความรู้สึก” ได้พร้อมกันอย่างไร
บทความด้านล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในคลาส Visual Thinking สำหรับนักศึกษาด้าน Data Science และ Human-Centered Design
====

เนื้อหางานวิจัย: วิธีแก้เครียดของคนยุคใหม่

เวลาคนเราเห็นใครที่ดูเครียด ดูเหงา ไม่ผ่อนคลายเมื่อไร เรามักจะชวนคนคนนั้นให้ทำตัวให้สดชื่นขึ้น ด้วยการไปหาอะไรทำ บ่อยครั้งก็จะแนะนำให้ไปออกกำลังกาย เช่น เดิน วิ่ง เคลื่อนไหวร่างกาย หรือในบางมุม โดยเฉพาะสำหรับใครที่ไม่ชอบเหนื่อย เรามักจะให้เขาไปหัดทำจิตใจให้สงบ ด้วยการไปพักผ่อน อยู่กับธรรมชาติป่าเขา ชายทะเล หรือบ่อยครั้งเช่นกันที่จะแนะนำให้ไปนั่งสมาธิ หรือแม้แต่คนที่มีความรู้สึกเครียด ไม่สบายใจ ก็จะลองหาข้อมูลเพื่อไปเรียนรู้กิจกรรมเหล่านั้นบ้าง เพราะเคยได้ยินว่า การวิ่งหรือการนั่งสมาธิ จะช่วยทำให้จิตใจดีขึ้นได้
แล้วกิจกรรมเหล่านั้นช่วยได้จริง ๆ หรือเปล่า?

ในผลการวิจัย MAP training: combining meditation and aerobic exercise reduces depression and rumination while enhancing synchronized brain activity เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2016 พบว่า ไม่เพียงแต่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่หากทำกิจกรรมทั้งสองอย่างร่วมกัน จะสามารถลดอาการของโรคซึมเศร้าและเพิ่มการทำงานของสมองได้อย่างเห็นได้ชัด

เทรซี่ ชอร์ส ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งมหาวิทยาลัยรัตเกอร์ และ แบรนดอน แอลเดอร์แมน นักวิจัยหลักของโครงการ ได้ศึกษากลุ่มอาสาสมัคร 52 คน โดยมี 22 คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก่อน โดยให้อาสาสมัครเหล่านี้ ทำสมาธิ 30 นาที และออกกำลัง 30 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ แล้วเปรียบเทียบภาวะทางอารมณ์และสมาธิก่อนและหลังเข้าโครงการ ผลพบว่า ผู้ป่วย 22 คน มีอาการของโรคซึมเศร้าลดลงถึง 40% ส่วนคนที่เหลือก็มีการย้ำคิดและความวิตกกังวลลดลงมาก พร้อมแรงจูงใจในชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หากใครที่วิ่งหรือออกกำลังกายอยู่แล้ว อาจลองเพิ่มการนั่งสมาธิเข้าไปอีกอย่าง หรือสำหรับคนที่ชอบนั่งสมาธิ ก็อาจลองขยับร่างกายบ้าง จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะทั้งสองกิจกรรมทำงานร่วมกัน จึงเหมือนเราดูแลทั้ง “ภายนอก” และ “ภายใน” ของตัวเองไปพร้อมกัน เป็นการฟื้นฟูที่สมดุลและยั่งยืนกว่าการเลือกเพียงด้านใดด้านหนึ่ง

(หมายเหตุ: สามารถอ่านบทความวิจัยได้ที่นี่)
=====

หลังจากอ่านบทความนี้ นักศึกษาจะได้ฝึกสร้าง Visual Metaphor จากงานวิจัยข้างต้น แม้ว่า นักศึกษาจะได้เรียนหลักการต่าง ๆ และทดลองทำแบบฝึกหัดสั้น ๆ ในห้องเรียนไปแล้ว อาจารย์ขอแนะนำ Guideline ในการสร้างสรรค์งานให้ลึกซึ้งขึ้น โดยการตั้งคำถามกับตัวเองว่า:
- หากจะแทนคำว่า “สมองที่ทำงานดีขึ้น” เราจะใช้ภาพแบบไหน
- ภาพแบบไหนที่สื่อถึง “การดูแลทั้งภายนอกและภายใน”
- ถ้าต้องทำโปสเตอร์หรืออินโฟกราฟิกเพื่อชวนคนลดเครียดด้วยวิธีนี้ นักศึกษาจะใช้ภาพอย่างไรให้คนเกิดแรงบันดาลใจอยากทำบ้าง

สรุ

บทความวิจัยนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการนำเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์มาใช้ฝึก Visual Thinking เพราะในโลกของข้อมูลและการสื่อสารยุค AI สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่การสร้างภาพสวยหรือเร็ว แต่คือการ เข้าใจเนื้อหาจริงและถ่ายทอดด้วยภาษาภาพที่คนเข้าถึงได้ง่าย หรือแม้แต่เกิดแรงบันดาลใจให้ลงมือทำ (Motivation to Action) เมื่อเราฝึกถอดเนื้อหาและความคิดออกมาเป็นภาพ เรากำลังได้ฝึกทั้งการรับสาร (ฟังหรืออ่าน)  การคิด การเชื่อมโยง และสร้างสรรค์

หากผู้สนใจที่ได้เข้ามาอ่าน อยากลองชวนให้วาดดูบ้างว่า  สำหรับคุณแล้ว “วิธีแก้เครียดของคนยุคใหม่” จะมีภาพเป็นอย่างไร
=======
บทความนี้และรูปภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและบริษัท อาร์ทิพาเนีย จำกัด

Contact